หลายๆคนอาจคิดว่าเป็นการปั่นจักรยานเป็นการออกกำลังเฉพาะจุด คิดว่าไว้สำหรับลดส่วนขา ลดส่วนอื่นก็ไม่ได้ ซึ่งขอบอกเลยว่าความคิดเหล่านี้ไม่จริง เพราะ วิธีการปั่นจักรยานเพื่อการลดน้ำหนัก เป็นการลดไขมันในทุกส่วนของร่างกาย ทำไมถึงเป็นแบบนั้นและทำไมถึงบอกว่าการลดไขมันเฉพาะจุดไม่มี การลดไขมันหรือลดน้ำหนักเฉพาะเจาะจงเป็นจุดๆนั้นไม่มี เนื่องจาก ไขมันคือพลังงานที่เหลือจากการใช้งานจะถูกเปลี่ยนเป็นไขมันสะสมเอาไว้ ถ้าปริมาณอาหารที่เรารับประทานเข้าไปสมดุลกับพลังงานที่เราใช้ ก็จะไม่มีการสะสมพลังงานในรูปไขมัน
ดังนั้นการที่เราปั่นจักรยานเพื่อลดน้ำหนัก ก็คือการใช้พลังงานจากร่างกายทั้งหมดนั้นเอง เมื่อปริมาณไขมันลดลงก็จะลดเหมือนกันทุกๆส่วน แต่การเห็นผลอาจจะเห็นได้ชัดเจนในส่วนที่มีการสะสมได้น้อยก่อน ส่วนบริเวณหน้าท้อง ต้นขา ที่มีการสะสมอยู่มากอาจจะทำให้เห็นผลได้ช้า เพราะการที่ลดช้าทำให้หลายๆคนคิดว่าการออกกำลังกายไม่ได้ผลและก็เลิกไป
วิธีการปั่นจักรยานเพื่อลดน้ำหนัก มี 3เรื่องที่เราควรรู้ก่อนเกี่ยวกับการลดน้ำหนัก
1. เพราะอะไรขี่จักรยานออกกำลังกายแล้วน้ำหนักไม่ลด ก่อนอื่นเราต้องเข้าใจว่า น้ำหนักเรา= FAT MASS(ไขมัน)+ Lean Body Mass (กล้ามเนื้อ) ดังนั้นถ้าน้ำหนักที่เราลดไปทุกๆกิโล ก็ต้องเกิดจากไม่กล้ามเนื้อหายไปก็เป็นไขมัน ดังนั้นบางคนที่น้ำหนักลงช้าหรือไม่ลงก็อย่าเพิ่งท้อ แต่ให้สังเกตดูความเปลี่ยนแปลงของร่างกายแทน ว่ามีการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นหรือไม่ อย่าไปสนใจแต่ตัวเลขบนตราชั่งเพียงอย่างเดียวเพราะสิ่งแรกที่คนอื่นมองเห็นเราคือรูปร่างไม่ใช่ที่น้ำหนัก
2. อัตราการเต้นของหัวใจมีผลต่อการเผาผลาญไขมันยังไง ถ้าต้องการลดน้ำหนัก เราต้องออกกำลังกายเป็นประจำควบคู่กับการกินอาหารที่มีประโยชน์ อัตราการเต้นของหัวใจมีผลต่อการเผาผลาญไขมันได้ โดยถ้าเราต้องการลดน้ำหนัก เราต้องตั้งเป้าให้หัวใจทำงานประมาณ 50-80 เปอร์เซ็น ของอัตราการเต้นของหัวใจสูงสุด สาเหตุที่เราต้องมีอัตราการเต้นของหัวใจเป้าหมาย ก็เพราะว่า ถ้าเกินกว่านี้นอกจากจะลดน้ำหนักแล้วอาจลดมวลกล้ามเนื้อด้วย สูตรคำนวณอัตราการเต้นของหัวใจสูงสุดโดยการเอาอายุของเราลบออกจาก 220 เช่น ถ้าเราอายุ30= 220-30 =190 ดังนั้นช่วง60-90%จะเท่ากับ 114-171
ระดับการเต้นของหัวใจกับประเภทการออกกำลังกาย
– อุ่นเครื่อง อัตราการเต้นของหัวใจอยู่ที่ 50% – 60% ออกกำลังกายแบบเบามาก ช่วยในแง่ฟื้นฟูสภาพร่างกายเป็นสำคัญ ใช้ลดน้ำหนักได้เล็กน้อย เวลาออกจะรู้สึกสบายไม่เหน็ดเหนื่อย
– เผาผลาญไขมัน อัตราการเต้นของหัวใจอยู่ที่ 60% – 70% ออกกำลังกายแบบเบา ช่วยลดน้ำหนักไขมันส่วนเกินได้ดีที่สุดและเพิ่มความแข็งแรงทนทาน เวลาออกจะรู้สึกเหนื่อยเพียงเล็กน้อยแค่เหงื่อซึมๆ Zone นี้เหมาะกับการออกกำลังกายเพื่อลดน้ำหนักและไขมันส่วนเกินมากที่สุด พลังงานที่ใช้ออกกำลังจะดึงมาจากไขมันส่วนเกินในร่างกาย
– เพิ่มความอดทน อัตราการเต้นของหัวใจอยู่ที 70% – 80% ออกกำลังกายแบบปานกลาง ช่วยเพิ่มความฟิต (Aerobic fitness) จะรู้สึกตึงเล็กน้อย มีเหงื่อออกมากขึ้น ยังสามารถพูดเป็นประโยคได้ การออกใน Zone นี้ สามารถลด ไขมัน น้ำตาล และลดน้ำหนักได้ เป็น Zone ที่ได้ประโยชน์ที่สุดเหมาะกับคนทั่วไปที่ต้องการออกกำลังเพื่อสุขภาพ
– การฝึกสำหรับนักกีฬา อัตราการเต้นของหัวใจอยู่ที 80% – 90% ออกกำลังกายแบบหนัก ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของร่างกายในการออกกำลัง จะรู้สึกเหนื่อย พูดได้เป็นคำๆ หายใจเร็ว มีการตึงล้าของกล้ามเนื้อ เหมาะกับนักกีฬาหรือบุคคลทั่วไปที่ต้องการเพิ่มความทนให้กลับกล้ามเนื้อและการออกกำลังกาย
– ออกกำลังกายแบบเต็มพิกัด 90-100% ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของร่างกายในการออกกำลัง และความเร็ว จะรู้สึกเหนื่อยมาก พูดขณะอกกำลังได้ลำบาก หายใจเร็ว มีการตึงล้าของกล้ามเนื่อได้มาก เหมาะสำหรับการฝึกซ้อมนักกีฬาที่เตรียมแข่งขัน
3.ดื่มน้ำให้มากและทานเครื่องดื่มเกลือแร่เพื่ออะไร การดื่มน้ำจะช่วยทำให้ร่างกายเร่งอัตราการเผาผลาญได้ง่ายขึ้นนะครับ ในสภาวะที่ร่างกายขาดน้ำจะไม่พร้อมทำอะไรทั้งสิ้น แม้ว่าสร้างกล้ามเนื้อหรือลดไขมันก็ตาม และเครื่องดื่มเกลือแร่จะช่วยเติมเกลือแร่ที่เราเสียไปกับเหงื่อ เพราะการขาดเกลือแร่อาจทำให้เกิดอาการตะคริวและอื่นๆได้ และที่สำคัญระหว่าง Cardio ก็ควรดื่มน้ำอีก 1.5ลิตร หรือว่าขวดใหญ่เพื่อขับของเสีย(น้ำดืมที่สะอาดและปลอดภัยเราดูยังไง), ขับ Sodium ส่วนเกินและให้ร่างกายทำงานได้อย่างเต็มที่ เครื่องดื่มเกลือแร่จะกินแบบหลังปั่นหรือจะผสมน้ำดื่มระหว่างปั่นก็ได้ตามความชอบ
วิธีการปั่นจักรยานลดความอ้วนที่เราจะพูดกันวันนี้มี 2 อย่าง คือ
1. คาร์ดิโอ คือ การออกกำลังกายแบบต่อเนื่อง เช่น เดิน ปั่นจักรยาน เต้นโดย การออกกำลังกายรูปแบบนี้ จะเป็นการออกกำลังกายที่ไม่เน้นการใช้พลังจากมัดกล้ามเนื้อไม่เน้นหนัก แต่มุ่งเน้นไปที่การขยับเขยื้อนร่างกายและระยะเวลาซึ่งมีผลต่ออัตราการเต้นของหัวใจ ทำให้ออกกำลังกายได้45-60 นาที
2. อินเทอร์วอล คือการออกกำลังที่มีความแปรปรวน ของ ความเร็วและความหนักหน่วงตลอดเวลา เช่น การปั่นเร็ว 30 วินาที และปั่นช้า 90 วินาที แล้วทำซ้ำ แบบนี้ 10-15 นาที
ขั้นตอนก็ง่ายๆดังนี้
1. ยืดกล้ามเนื้อ (stretching) ตามปกติ
2.วอร์มอัพด้วยการเริ่มปั่นเบาๆ 5 นาที เร่งความเร็วขึ้นเรื่อยๆ จนเมื่อถึงนาทีที่ 5 ให้ Heart Rate (HR) อยู่ที่ 60% – 70% ของ MHR
3. เมื่อเข้านาทีที่ 6 ให้คุณปั่นสุดแรงเกิด (sprint) ในทางปฏิบัติอาจจะไม่ต้องกับให้ถึงสุดแรงเกิดจริงๆ แต่ดูที่ HR ให้อยู่ที่ 80% – 90% ของ MHR ปั่นให้เร็วสุดๆแบบนี้ 20 วินาที
4. เมื่อครบ 20 วินาที ให้ผ่อนลงมา แล้วปั่นตามอัตราปกติ 1 นาที
5. เมื่อปั่นตามอัตราปกติครบ 1 นาที ให้ทำตามวงจรในข้อ 3 และ 4 ใหม่
6. ทำเป็นวงจรแบบนี้ไปเรื่อยๆ แต่อย่าให้เกิน 10 – 15 นาที (ย้ำว่าไม่ควรเกิน 15 นาที)
7.คูลดาวน์ โดยผ่อนลงมา ค่อยๆ ปั่นให้ช้าลงๆ ประมาณ 5 นาที สำหรับมือใหม่ ในครั้งแรกให้ลองทำแค่ 4 – 5 วงจรก็ แล้วสักระยะแล้วค่อยๆเพิ่มขึ้นทีละรอบ แต่อย่าให้เกิน 15 นาที และสิ่งสำคัญอีกอย่างคือ ต้องใช้เวลาพักฟื้นร่างกายนาน ดังนั้นในหนึ่งสัปดาห์ทำสัก 3 ครั้งก็พอ
มือใหม่เริ่มปั่นจักรยานแบบไหนอย่างไรดี
เลือก คาร์ดิโอ – มีเวลาว่างเหลือ – เพิ่งเริ่มออกกำลัง
เลือก อินเทอร์วอล – อยากเผาผลาญแคลอรี่อย่างรวดเร็ว – เวลามีจำกัด
วิธีการปั่นจักรยานเพื่อการลดน้ำหนัก สำหรับมือใหม่ มีหลักการที่สำคัญและไม่ควรลืมเลยคือ วอร์มอัพ และคูลดาวน์ เพื่อไม่ให้ร่างกายบาดเจ็บและควรค่อยๆเพิ่งระยะเวลาและความแรงในการปั่น ต้องมีการ ปั่นที่สม่ำเสมออย่าพยายามมุ่งเน้นไปที่การลดน้ำหนักอย่างเดียวจนลืมนึกถึงสุขภาพ และควรทาน อาหารและพักผ่อนให้เพียงพอ ทำแบบนี้สักเดือน รับรองมีคนทักคุณแน่ไปทำไรมาถึงดูดีขึ้นครับ
วันพุธที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559
วันจันทร์ที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2559
การเพาะพันธุ์ปลาบอลลูน
การเพาะพันธุ์ปลาบอลลูน
ปลาบอลลูนเป็นปลามอลลี่ที่นำมาผสมแบบเลือดชิดจนเกิดร่างกายสั้นป้อม
คัดเลือก และพัฒนามาจากความผิดปกติของปลามอลลี่ (molly) ที่มีลำตัวสั้นกว่าปกติมาผสมพันธุ์กันทำให้ได้ลูกหลานที่มีลำตัวสั้น เป็นปลาที่อยู่ในตระกูลเดียวกับปลาหางนกยูง ปลาสอดและ
ปลาแพทตี้
ปลาบอลลูนจัดเป็นปลาในกล่มออกลูกเป็นตัวชนิดหนึ่งที่นอกจากจะเลี้ยงง่ายแล้วยังเพาะพันธุ์ง่ายด้วย การเพาะพันธุ์ปลาบอลลูนนั้นสามารถเพาะเลี้ยงได้ทั้งในบ่อซีเมนต์และในกระชังซึ่งมีขั้นตอนและวิธีการดังต่อไปนี้คือ
การเพาะเลี้ยงในบ่อซีเมนต์
มีวิธีการเลี้ยงคล้าย ๆ กับการเพาะเลี้ยงปลาหางนกยูงในบ่อซีเมนต์คือ นำพ่อแม่พันธุ์ อายุประมาณ 3-4 เดือนขึ้นไป ปล่อยลงในบ่อซีเมนต์ ขนาดตามสะดวก และความต้องการของท่านว่าจะอยากได้ การผสมแนะนำให้ใช้อัตราส่วนเพศผู้ : เพศเมียเท่ากับ 1:4 ถ้าบ่อขนาด 3 x3 เมตร ระดับน้ำ 30 เซนติเมตรสามารถปล่อยพ่อแม่พันธุ์ได้ประมาณ 1,000 ตัว (100-120 ตัว/1 ตารางเมตร) แม่ปลาจะตั้งท้องประมาณ 28-35 วันและให้ลูกปลา 10-30 ตัว/แม่ปลา 1 ตัว แม่ปลาแต่ละรุ่นอายุไม่ควรเกิน 7-8 เดือน ควรนำปลารุ่นใหม่มาเป็นพ่อแม่พันธุ์ต่อไป
ทำการเลี้ยงลูกปลาต่อในความหนาแน่นประมาณ 60-80 ตัว/1 ตารางเมตร เลี้ยงต่อจนอายุได้ 2-2.5 เดือนก็สามารถคัดขนาดอีกครั้งเพื่อจำหน่ายได้ การเลี้ยงปลารุ่นนี้สามารถให้กินอาหารผสมในมื้อเย็นหรือถ้าไม่มีไรแดงก็สามารถให้กินอาหารผสมทั้ง 2 มื้อเช้าเย็นได้ การถ่ายน้ำและการจัดการบ่อในระยะนี้ ควรมีการถ่ายน้ำทุกสัปดาห์ ๆ ละ 1 ครั้งโดยถ่ายน้ำออกทั้งหมดแล้วเติมน้ำใหม่จนเท่าระดับน้ำเดิม สาเหตุที่ต้องถ่ายน้ำหมดเนื่องจากปลารุ่นมีการให้อาหารผสมสลับกับอาหารมีชีวิตคือไรแดง จึงมีส่วนของเศษอาหารที่หลงเหลือจากการกินและส่วนที่เป็นสิ่งขับถ่ายออกมาจากตัวปลา ทำให้น้ำมีคุณภาพไม่ดีเร็วยิ่งขึ้นและจะขุ่นตลอดเวลา การเปลี่ยนถ่ายน้ำทั้งหมดจะช่วยเพิ่มอัตราในการเจริญเติบโต แต่ควรพึงระวังคุณสมบัติน้ำที่เปลี่ยนถ่ายควรจะใกล้เคียงกับน้ำเก่าในบ่อ
ให้ระวังคางคก หรืออึ่งอ่าง หรือกบ ลงไปกินให้หมั่นตรวจสอบจุดที่มันสามารถซ่อนได้ และบริเวณใต้ก้นบ่อ ใต้ขอบบ่อ บริเวณพื้นน้ำ และหิน
แบบฝึกหัดที่ 4
ชื่อ-สกุล นายศุภกร สถิตโสฬส รหัส 57010112037
คำชี้แจง จงตอบคำถามต่อไปนี้
1. ให้นิสิตยกตัวอย่างอุปกรณ์ที่ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศตามหัวข้อต่อไปนี้ อย่างน้อยหัวข้อละ 3 ชนิด แล้วแลกเปลี่ยนกันตรวจสอบกับเพื่อน
1) การบันทึกและจัดเก็บข้อมูล = เทป บัตรATM และเครื่องเอกซเรย์
2) การแสดงผล = จอคอมพิวเตอร์ ลำโพง และ โปรเจคเตอร์
3) การประมวลผล = CPU ซอฟต์แวร์ และฮาร์ดแวร์
4) การสื่อสารและเครือข่าย = AIS TRUE และ DTAC
คำชี้แจง จงตอบคำถามต่อไปนี้
1. ให้นิสิตยกตัวอย่างอุปกรณ์ที่ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศตามหัวข้อต่อไปนี้ อย่างน้อยหัวข้อละ 3 ชนิด แล้วแลกเปลี่ยนกันตรวจสอบกับเพื่อน
1) การบันทึกและจัดเก็บข้อมูล = เทป บัตรATM และเครื่องเอกซเรย์
2) การแสดงผล = จอคอมพิวเตอร์ ลำโพง และ โปรเจคเตอร์
3) การประมวลผล = CPU ซอฟต์แวร์ และฮาร์ดแวร์
4) การสื่อสารและเครือข่าย = AIS TRUE และ DTAC
แบบฝึกหัดที่ 3
รายวิชาการจัดการสารสนเทศยุคใหม่ในชีวิตประจำวัน รหัส0026008
นายศุภกร สถิตโสฬส รหัส57010112037
1. ข้อใดเป็นความหมายที่ถูกต้องที่สุดของการรู้สารสนเทศ
ก. ความสามารถในการกลั่นกรอง และประเมินค่าสารสนเทศที่หามาได้
ข. ความสามารถในการตัดสินใจใช้สารสนเทศรูปแบบต่างๆ
ค. ความสามารถของบุคคลในการสืบค้นและพัฒนาสารสนเทศ
ง. ความสามารถของบุคคลในการเข้าถึง ประเมิน และใช้งานสารสนเทศ
นายศุภกร สถิตโสฬส รหัส57010112037
1. ข้อใดเป็นความหมายที่ถูกต้องที่สุดของการรู้สารสนเทศ
ก. ความสามารถในการกลั่นกรอง และประเมินค่าสารสนเทศที่หามาได้
ข. ความสามารถในการตัดสินใจใช้สารสนเทศรูปแบบต่างๆ
ค. ความสามารถของบุคคลในการสืบค้นและพัฒนาสารสนเทศ
ง. ความสามารถของบุคคลในการเข้าถึง ประเมิน และใช้งานสารสนเทศ
2. จากกระบวนการของการรู้สารสนเทศ ทั้ง 5 ประการ ประการไหนสำคัญที่สุด
ก. ความสามารถในการตระหนักว่าเมื่อใดจึงต้องการสารสนเทศ
ข. ความสารถในการค้นหาสารสนเทศ
ค. ความสามารถในการประเมินผลสารสนเทศ
ง. ความสามารถในการใช้และการสื่อสารสนเทศอย่างมีประสิทธิภาพ
3. ข้อใดไม่ใช่ลักษณะของผู้รู้สารสนเทศ
ก. สามารถทำงานร่วมกับผู้อื่นได้
ข. สามารถใช้สารสนเทศในการดำเนินชีวิต
ค. ชอบใช้คอมพิวเตอร์ในการเล่นเกม
ง. ใช้คอมพิวเตอร์ในการแสวงหาสารสนเทศได้
4. ข้อใดไม่ใช่ความสำคัญของการรู้สารสนเทศ
1. โลกมีการเปลี่ยนแปลงเร็วมาก โดยเน้นวัตถุนิยมมากขึ้น
2. ช่วยให้บุคคลประสบความสำเร็จในการดำเนินชีวิต
3. สารสนเทศมีการเพิ่มปริมาณอย่างรวดเร็ว จนยากที่จะเข้าถึง
4. ช่วยบุคคลเป็นผู้ที่มีศักยภาพในการเรียนรู้ตลอดชีวิต
5. ข้อใดเป็นการเรียงลำดับขั้นตอนของกระบวนการเรียนรู้สารสนเทศที่ถูกต้อง
1. ความสามารถในการประมวลสารสนเทศ
2. ความสามารถในการประเมินสารสนเทศ
3. ความสามารถในการใช้และการสื่อสารสนเทศอย่างมี ประสิทธิภาพ
4. ความสามารถในการค้นหาสารสนเทศ
5. ความสามารถในการตระหนักว่าเมื่อใดจึงจะต้องการสารสนเทศ
ก. 1-2-3-4-5 ข. 2-4-5-3-1 ค. 5-4-1-2-3 ง. 4-3-5-1-2
ก. ความสามารถในการตระหนักว่าเมื่อใดจึงต้องการสารสนเทศ
ข. ความสารถในการค้นหาสารสนเทศ
ค. ความสามารถในการประเมินผลสารสนเทศ
ง. ความสามารถในการใช้และการสื่อสารสนเทศอย่างมีประสิทธิภาพ
3. ข้อใดไม่ใช่ลักษณะของผู้รู้สารสนเทศ
ก. สามารถทำงานร่วมกับผู้อื่นได้
ข. สามารถใช้สารสนเทศในการดำเนินชีวิต
ค. ชอบใช้คอมพิวเตอร์ในการเล่นเกม
ง. ใช้คอมพิวเตอร์ในการแสวงหาสารสนเทศได้
4. ข้อใดไม่ใช่ความสำคัญของการรู้สารสนเทศ
1. โลกมีการเปลี่ยนแปลงเร็วมาก โดยเน้นวัตถุนิยมมากขึ้น
2. ช่วยให้บุคคลประสบความสำเร็จในการดำเนินชีวิต
3. สารสนเทศมีการเพิ่มปริมาณอย่างรวดเร็ว จนยากที่จะเข้าถึง
4. ช่วยบุคคลเป็นผู้ที่มีศักยภาพในการเรียนรู้ตลอดชีวิต
5. ข้อใดเป็นการเรียงลำดับขั้นตอนของกระบวนการเรียนรู้สารสนเทศที่ถูกต้อง
1. ความสามารถในการประมวลสารสนเทศ
2. ความสามารถในการประเมินสารสนเทศ
3. ความสามารถในการใช้และการสื่อสารสนเทศอย่างมี ประสิทธิภาพ
4. ความสามารถในการค้นหาสารสนเทศ
5. ความสามารถในการตระหนักว่าเมื่อใดจึงจะต้องการสารสนเทศ
ก. 1-2-3-4-5 ข. 2-4-5-3-1 ค. 5-4-1-2-3 ง. 4-3-5-1-2
แบบฝึกหัดที่ 2
รายวิชาการจัดการสารสนเทศยุคใหม่ในชีวิตประจำวัน รหัส0026008
นายศุภกร สถิตโสฬส รหัส57010112037
1. รายชื่อเว็บไชต์หรือเทคโนโลยีที่ให้บิการตามหัวข้อต่างๆ
1.1การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในสาขาการศึกษา
http://www.dlf.ac.th
http://www.vcharkarn.com
http://www.thaigoodview.com
นายศุภกร สถิตโสฬส รหัส57010112037
1. รายชื่อเว็บไชต์หรือเทคโนโลยีที่ให้บิการตามหัวข้อต่างๆ
1.1การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในสาขาการศึกษา
http://www.dlf.ac.th
http://www.vcharkarn.com
http://www.thaigoodview.com
1.2 การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในวิชาชีพธุรกิจ พาณิชย์ และสำนักงาน
http://www.moc.go.th
http://www.goonline.in.th
http://www.tarad.com
1.3 การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในวิชาชีพการสื่อสารมวลชน
http://www.manager.co.th
http://www.thaitv3.com
http://www.seedmcot.com
1.4 การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในวิชาชีพทางอุตสาหกรรม
http://www.industry.go.th
http://www.thairung.co.th
http://www.carryboy.com
1.5 การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในวิชาชีพทางการแพทย์
http://www.dmsc.moph.go.th
http://www.niems.go.th
http://www.worldcommunitygrid.org
1.6 การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในวิชาชีพทหารตำรวจ
http://www.rtsd.mi.th
http://www.navy.mi.th
http://www.rtaf.mi.th
1.7 การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในวิชาชีพวิศวกรรม
http://www.coe.or.th
http://www.tumcivil.com
http://www.thaiengineering.com
1.8 การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในวิชาชีพด้านเกษตรกรรม
http://www.doae.go.th
http://www.bangsaiagro.com
http://www.thaigreenagro.com
1.9 การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศที่เกี่ยวข้องกับคนพิการต่างๆ
http://www.nep.go.th
http://www.braille-cet.in.th
http://www.tddf.or.th/
2. มหาวิทยาลัยมหาสารคามเตรียมเทคโนโลยีสารสนเทศด้านการศึกษาให้กับท่าน มีอะไรบ้าง
2.1 ระบบเครือข่ายอินเตอร์เน็ตที่ใช้ในมหาวิทยาลัย
2.2 ระบบสืบค้นข้อมูลสารสนเทศออนไลน์ผ่านบริการ e-library
2.3 งานบริการการเครื่องคอมพิวเตอร์เพื่อการศึกษาที่สำนักงานคอมพิวเตอร์
3. จากข้อสอง ท่านจะเอาเทคโนโลยีเหล่านั้น มาทำให้เกิดประโยชน์ต่อตนอย่างไรบ้าง
ระบบเครือข่ายอินเตอร์เน็ตในทุกวันนี้ถือว่าเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้เลยก็ว่าได้ เพราะฉะนั้น การที่จะนำมาให้เกิดประโยชน์ก็เป็นเรื่องงาน เช่นระบบการเรียนออนไลน์ ที่สามารถหาเพิ่มเติมได้นอกเหนือจากบทเรียน หรือหากต้องการใช้บริการหนังสือจากนนักวิทยบริการ ก็ไม่ใช่เรื่องยากที่จะค้นหาหนังสือที่ต้องการได้จากระบบออนไลน์ ก่อนที่จะไปใช้บริการ เราสามารถค้นได้จากทุกที แม้กระทั้งที่หอพัก ถัดจากสำนักวิทยบริการ เป็นสำนักคอมพิวเตอร์ ที่ให้บริการคอมพิวเตอร์แก่นิสิต และบุคคลทั่วไป เพื่อการเรียนรู้นอกห้องเรียน และการพัฒนามากกว่าที่เคย
http://www.moc.go.th
http://www.goonline.in.th
http://www.tarad.com
1.3 การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในวิชาชีพการสื่อสารมวลชน
http://www.manager.co.th
http://www.thaitv3.com
http://www.seedmcot.com
1.4 การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในวิชาชีพทางอุตสาหกรรม
http://www.industry.go.th
http://www.thairung.co.th
http://www.carryboy.com
1.5 การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในวิชาชีพทางการแพทย์
http://www.dmsc.moph.go.th
http://www.niems.go.th
http://www.worldcommunitygrid.org
1.6 การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในวิชาชีพทหารตำรวจ
http://www.rtsd.mi.th
http://www.navy.mi.th
http://www.rtaf.mi.th
1.7 การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในวิชาชีพวิศวกรรม
http://www.coe.or.th
http://www.tumcivil.com
http://www.thaiengineering.com
1.8 การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในวิชาชีพด้านเกษตรกรรม
http://www.doae.go.th
http://www.bangsaiagro.com
http://www.thaigreenagro.com
1.9 การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศที่เกี่ยวข้องกับคนพิการต่างๆ
http://www.nep.go.th
http://www.braille-cet.in.th
http://www.tddf.or.th/
2. มหาวิทยาลัยมหาสารคามเตรียมเทคโนโลยีสารสนเทศด้านการศึกษาให้กับท่าน มีอะไรบ้าง
2.1 ระบบเครือข่ายอินเตอร์เน็ตที่ใช้ในมหาวิทยาลัย
2.2 ระบบสืบค้นข้อมูลสารสนเทศออนไลน์ผ่านบริการ e-library
2.3 งานบริการการเครื่องคอมพิวเตอร์เพื่อการศึกษาที่สำนักงานคอมพิวเตอร์
3. จากข้อสอง ท่านจะเอาเทคโนโลยีเหล่านั้น มาทำให้เกิดประโยชน์ต่อตนอย่างไรบ้าง
ระบบเครือข่ายอินเตอร์เน็ตในทุกวันนี้ถือว่าเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้เลยก็ว่าได้ เพราะฉะนั้น การที่จะนำมาให้เกิดประโยชน์ก็เป็นเรื่องงาน เช่นระบบการเรียนออนไลน์ ที่สามารถหาเพิ่มเติมได้นอกเหนือจากบทเรียน หรือหากต้องการใช้บริการหนังสือจากนนักวิทยบริการ ก็ไม่ใช่เรื่องยากที่จะค้นหาหนังสือที่ต้องการได้จากระบบออนไลน์ ก่อนที่จะไปใช้บริการ เราสามารถค้นได้จากทุกที แม้กระทั้งที่หอพัก ถัดจากสำนักวิทยบริการ เป็นสำนักคอมพิวเตอร์ ที่ให้บริการคอมพิวเตอร์แก่นิสิต และบุคคลทั่วไป เพื่อการเรียนรู้นอกห้องเรียน และการพัฒนามากกว่าที่เคย
แบบฝึกหัดที่ 1
รายวิชาการจัดการสารสนเทศยุคใหม่ในชีวิตประจำวัน
รหัส 0026008
นายศุภกร สถิตโสฬส
รหัส 57010112037
1. ข้อมูลหมายถึง ข้อเท็จจริงต่างๆที่เกิดขึ้นเกี่ยวข้องกับสิ่งต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นคน สัตว์ สิ่งของ เหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้น การแปลความหมายทางประสาทสัมผัสทั้ง 5 ผ่านการเก็บรวบรวม หรือ บันทึกไว้ แต่ยังไม่ผ่านการประมวลผลใดๆ
รหัส 0026008
นายศุภกร สถิตโสฬส
รหัส 57010112037
1. ข้อมูลหมายถึง ข้อเท็จจริงต่างๆที่เกิดขึ้นเกี่ยวข้องกับสิ่งต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นคน สัตว์ สิ่งของ เหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้น การแปลความหมายทางประสาทสัมผัสทั้ง 5 ผ่านการเก็บรวบรวม หรือ บันทึกไว้ แต่ยังไม่ผ่านการประมวลผลใดๆ
2. ข้อมูลปฐมภูมิ คือ เป็นข้อมูลที่ผู้ใช้หรือหน่วยงานที่ใช้เป็นผู้ทำการเก็บข้อมูลด้วยตนเอง ซึ่งวิธีการเก็บรวบรวมข้อมูลอาจใช้วิธีการสัมภาษณ์ การทดลอง หรือการสังเกตการณ์ ข้อมูลปฐมภูมิเป็นข้อมูลที่มีรายละเอียดตรงตามที่ผู้ใช้ต้องการ
ตัวอย่างเช่น >> การสัมภาษณ์บุคคลผู้ที่ได้รับทุนการศึกษาในต่างประเทศ
3. ข้อมูลทุติยะภูมิ คือ เป็นข้อมูลที่ผู้ใช้ไม่ได้เก็บรวบรวมเอง แต่มีผู้อื่นหรือ หน่วยงานอื่นๆ ทำการเก็บรวบรวมไว้แล้ว การนำเอาข้อมูลเหล่านี้มาใช้เป็นการประหยัดเวลาและค่าใช้จ่าย แต่ในบางครั้งข้อมูลอาจจะไม่ตรงกับความต้องการของผู้ใช้ หรือมีรายละเอียดไม่เพียงพอที่จะนำไปวิเคราะห์
ตัวอย่างเช่น >> สถิติการใช้งานคอมพิวเตอร์ในสำนักคอมพิวเตอร์
4. สารสนเทศ หมายถึง ข้อมูลที่ผ่านการวิเคราะห์ แปลความหมาย และประมวลผลเรียบร้อย ซึ่งมีความน่าเชื่อถือ และสามารถนำไปใช้ประกอบการตัดสินใจได้
5. จงอธิบายประเภทของสารสนเทศ การจำแนกสารสนเทศ มีการจำแนก 2 แบบ ขึ้นอยู่กับดุลพินิตของผู้ที่ต้องการใช้
5.1 จำแนกตามแหล่งที่มา
5.1.1 สารสนเทศปฐมภูมิ คือ สารสนเทศที่มาจากแหล่งที่มาโดยตรง จะอยู่ในรูปของสื่อ วารสาร นิตยสาร งานวิจัย วิทยานิพนธ์ หรือถ่ายทอดผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์
5.1.2 สารสนเทศทุติยภูมิ คือ สารสนเทศที่ได้มาจากสารสนเทศปฐมภูมิ และมีการเรียบเรียงขึ้นมาใหม่ จัดหมวดหมู่ เพื่อเป็นประโยชน์และตรงตามจุดประสงค์ที่ต้องการและรวดเร็วมากขึ้น
5.1.3 สารสนเทศตติยภูมิ คือ สารสนเทศที่นำมาจากสองประเภทข้างต้น แต่จะไม่ตรงกับเนื้อหามากนัก แต่จะช่วยในการค้นหาสาระเฉพาะสาขาวิชาได้
5.2 จำแนกตามแหล่งเก็บข้อมูล
5.2.1 กระดาษ เป็นการจัดเก็บสารสนเทศยุคแรกๆที่เกิดขึ้น ได้รับความนิยมเพราะงายต่อการบันทึกและจัดเก็บ
5.2.2 วัสดุย่อส่วน คือการนำสารสนเทศบันทึกลงวัสดุที่ง่ายต่อการจัดเก็บและประหยัดพื้นที่เช่นแผ่นฟิล์ม แต่มิได้รับความนิยมมากนักเพราะยากต่อการบันทึกและเก็บรักษา
5.2.3 สื่ออิเล็กทรอนิกส์ วัสดุสังเคราะห์ที่ถูกเคลือบด้วยสารแม่เหล็ก
5.2.4 สื่อออปติก วัสดุที่ต้องบันทึกด้วยแสงและใช้งานด้วยแสง เช่นแผ่นซีดีรอม
6. ข้อเท็จจริงหรือสิ่งต่างๆ อาจเป็นตัวเลข ข้อความ เสียง หรือรูปภาพ คือ ข้อมูล
7. ข้อมูลที่ผ่านการประมวลผล คือ สารสนเทศ
8. ส่วนสูงของเพื่อนที่ถามจากเพื่อนแต่ละคน คือ ข้อมูลปฐมภูมิ
9. ผลการลงทะเบียนของนิสิตปี 1 เป็น ข้อมูลทุติยภูมิ
10. กราฟแสดงจำนวนนิสิตในห้องเรียนวิชาการจัดการสารสนเทศยุคใหม่ในชีวิตประจำวัน Section วันอังคาร เป็น สารสนเทศปฐมภูมิ
ตัวอย่างเช่น >> การสัมภาษณ์บุคคลผู้ที่ได้รับทุนการศึกษาในต่างประเทศ
3. ข้อมูลทุติยะภูมิ คือ เป็นข้อมูลที่ผู้ใช้ไม่ได้เก็บรวบรวมเอง แต่มีผู้อื่นหรือ หน่วยงานอื่นๆ ทำการเก็บรวบรวมไว้แล้ว การนำเอาข้อมูลเหล่านี้มาใช้เป็นการประหยัดเวลาและค่าใช้จ่าย แต่ในบางครั้งข้อมูลอาจจะไม่ตรงกับความต้องการของผู้ใช้ หรือมีรายละเอียดไม่เพียงพอที่จะนำไปวิเคราะห์
ตัวอย่างเช่น >> สถิติการใช้งานคอมพิวเตอร์ในสำนักคอมพิวเตอร์
4. สารสนเทศ หมายถึง ข้อมูลที่ผ่านการวิเคราะห์ แปลความหมาย และประมวลผลเรียบร้อย ซึ่งมีความน่าเชื่อถือ และสามารถนำไปใช้ประกอบการตัดสินใจได้
5. จงอธิบายประเภทของสารสนเทศ การจำแนกสารสนเทศ มีการจำแนก 2 แบบ ขึ้นอยู่กับดุลพินิตของผู้ที่ต้องการใช้
5.1 จำแนกตามแหล่งที่มา
5.1.1 สารสนเทศปฐมภูมิ คือ สารสนเทศที่มาจากแหล่งที่มาโดยตรง จะอยู่ในรูปของสื่อ วารสาร นิตยสาร งานวิจัย วิทยานิพนธ์ หรือถ่ายทอดผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์
5.1.2 สารสนเทศทุติยภูมิ คือ สารสนเทศที่ได้มาจากสารสนเทศปฐมภูมิ และมีการเรียบเรียงขึ้นมาใหม่ จัดหมวดหมู่ เพื่อเป็นประโยชน์และตรงตามจุดประสงค์ที่ต้องการและรวดเร็วมากขึ้น
5.1.3 สารสนเทศตติยภูมิ คือ สารสนเทศที่นำมาจากสองประเภทข้างต้น แต่จะไม่ตรงกับเนื้อหามากนัก แต่จะช่วยในการค้นหาสาระเฉพาะสาขาวิชาได้
5.2 จำแนกตามแหล่งเก็บข้อมูล
5.2.1 กระดาษ เป็นการจัดเก็บสารสนเทศยุคแรกๆที่เกิดขึ้น ได้รับความนิยมเพราะงายต่อการบันทึกและจัดเก็บ
5.2.2 วัสดุย่อส่วน คือการนำสารสนเทศบันทึกลงวัสดุที่ง่ายต่อการจัดเก็บและประหยัดพื้นที่เช่นแผ่นฟิล์ม แต่มิได้รับความนิยมมากนักเพราะยากต่อการบันทึกและเก็บรักษา
5.2.3 สื่ออิเล็กทรอนิกส์ วัสดุสังเคราะห์ที่ถูกเคลือบด้วยสารแม่เหล็ก
5.2.4 สื่อออปติก วัสดุที่ต้องบันทึกด้วยแสงและใช้งานด้วยแสง เช่นแผ่นซีดีรอม
6. ข้อเท็จจริงหรือสิ่งต่างๆ อาจเป็นตัวเลข ข้อความ เสียง หรือรูปภาพ คือ ข้อมูล
7. ข้อมูลที่ผ่านการประมวลผล คือ สารสนเทศ
8. ส่วนสูงของเพื่อนที่ถามจากเพื่อนแต่ละคน คือ ข้อมูลปฐมภูมิ
9. ผลการลงทะเบียนของนิสิตปี 1 เป็น ข้อมูลทุติยภูมิ
10. กราฟแสดงจำนวนนิสิตในห้องเรียนวิชาการจัดการสารสนเทศยุคใหม่ในชีวิตประจำวัน Section วันอังคาร เป็น สารสนเทศปฐมภูมิ
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)