วันพุธที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

การปั่นจักรยาน เพื่อลดน้ำหนัก

               หลายๆคนอาจคิดว่าเป็นการปั่นจักรยานเป็นการออกกำลังเฉพาะจุด คิดว่าไว้สำหรับลดส่วนขา ลดส่วนอื่นก็ไม่ได้ ซึ่งขอบอกเลยว่าความคิดเหล่านี้ไม่จริง เพราะ วิธีการปั่นจักรยานเพื่อการลดน้ำหนัก เป็นการลดไขมันในทุกส่วนของร่างกาย ทำไมถึงเป็นแบบนั้นและทำไมถึงบอกว่าการลดไขมันเฉพาะจุดไม่มี การลดไขมันหรือลดน้ำหนักเฉพาะเจาะจงเป็นจุดๆนั้นไม่มี เนื่องจาก ไขมันคือพลังงานที่เหลือจากการใช้งานจะถูกเปลี่ยนเป็นไขมันสะสมเอาไว้ ถ้าปริมาณอาหารที่เรารับประทานเข้าไปสมดุลกับพลังงานที่เราใช้ ก็จะไม่มีการสะสมพลังงานในรูปไขมัน
ดังนั้นการที่เราปั่นจักรยานเพื่อลดน้ำหนัก ก็คือการใช้พลังงานจากร่างกายทั้งหมดนั้นเอง เมื่อปริมาณไขมันลดลงก็จะลดเหมือนกันทุกๆส่วน แต่การเห็นผลอาจจะเห็นได้ชัดเจนในส่วนที่มีการสะสมได้น้อยก่อน ส่วนบริเวณหน้าท้อง ต้นขา ที่มีการสะสมอยู่มากอาจจะทำให้เห็นผลได้ช้า เพราะการที่ลดช้าทำให้หลายๆคนคิดว่าการออกกำลังกายไม่ได้ผลและก็เลิกไป

     วิธีการปั่นจักรยานเพื่อลดน้ำหนัก มี 3เรื่องที่เราควรรู้ก่อนเกี่ยวกับการลดน้ำหนัก
        1. เพราะอะไรขี่จักรยานออกกำลังกายแล้วน้ำหนักไม่ลด ก่อนอื่นเราต้องเข้าใจว่า น้ำหนักเรา= FAT MASS(ไขมัน)+ Lean Body Mass (กล้ามเนื้อ) ดังนั้นถ้าน้ำหนักที่เราลดไปทุกๆกิโล ก็ต้องเกิดจากไม่กล้ามเนื้อหายไปก็เป็นไขมัน ดังนั้นบางคนที่น้ำหนักลงช้าหรือไม่ลงก็อย่าเพิ่งท้อ แต่ให้สังเกตดูความเปลี่ยนแปลงของร่างกายแทน ว่ามีการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นหรือไม่ อย่าไปสนใจแต่ตัวเลขบนตราชั่งเพียงอย่างเดียวเพราะสิ่งแรกที่คนอื่นมองเห็นเราคือรูปร่างไม่ใช่ที่น้ำหนัก
       2. อัตราการเต้นของหัวใจมีผลต่อการเผาผลาญไขมันยังไง ถ้าต้องการลดน้ำหนัก เราต้องออกกำลังกายเป็นประจำควบคู่กับการกินอาหารที่มีประโยชน์ อัตราการเต้นของหัวใจมีผลต่อการเผาผลาญไขมันได้   โดยถ้าเราต้องการลดน้ำหนัก เราต้องตั้งเป้าให้หัวใจทำงานประมาณ 50-80 เปอร์เซ็น ของอัตราการเต้นของหัวใจสูงสุด สาเหตุที่เราต้องมีอัตราการเต้นของหัวใจเป้าหมาย ก็เพราะว่า ถ้าเกินกว่านี้นอกจากจะลดน้ำหนักแล้วอาจลดมวลกล้ามเนื้อด้วย สูตรคำนวณอัตราการเต้นของหัวใจสูงสุดโดยการเอาอายุของเราลบออกจาก 220 เช่น ถ้าเราอายุ30= 220-30 =190 ดังนั้นช่วง60-90%จะเท่ากับ 114-171
ระดับการเต้นของหัวใจกับประเภทการออกกำลังกาย
– อุ่นเครื่อง อัตราการเต้นของหัวใจอยู่ที่ 50% – 60% ออกกำลังกายแบบเบามาก ช่วยในแง่ฟื้นฟูสภาพร่างกายเป็นสำคัญ ใช้ลดน้ำหนักได้เล็กน้อย เวลาออกจะรู้สึกสบายไม่เหน็ดเหนื่อย
– เผาผลาญไขมัน อัตราการเต้นของหัวใจอยู่ที่ 60% – 70% ออกกำลังกายแบบเบา ช่วยลดน้ำหนักไขมันส่วนเกินได้ดีที่สุดและเพิ่มความแข็งแรงทนทาน เวลาออกจะรู้สึกเหนื่อยเพียงเล็กน้อยแค่เหงื่อซึมๆ Zone นี้เหมาะกับการออกกำลังกายเพื่อลดน้ำหนักและไขมันส่วนเกินมากที่สุด พลังงานที่ใช้ออกกำลังจะดึงมาจากไขมันส่วนเกินในร่างกาย
– เพิ่มความอดทน อัตราการเต้นของหัวใจอยู่ที 70% – 80% ออกกำลังกายแบบปานกลาง ช่วยเพิ่มความฟิต (Aerobic fitness) จะรู้สึกตึงเล็กน้อย มีเหงื่อออกมากขึ้น ยังสามารถพูดเป็นประโยคได้ การออกใน Zone นี้ สามารถลด ไขมัน น้ำตาล และลดน้ำหนักได้ เป็น Zone ที่ได้ประโยชน์ที่สุดเหมาะกับคนทั่วไปที่ต้องการออกกำลังเพื่อสุขภาพ
– การฝึกสำหรับนักกีฬา อัตราการเต้นของหัวใจอยู่ที 80% – 90% ออกกำลังกายแบบหนัก ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของร่างกายในการออกกำลัง จะรู้สึกเหนื่อย พูดได้เป็นคำๆ หายใจเร็ว มีการตึงล้าของกล้ามเนื้อ เหมาะกับนักกีฬาหรือบุคคลทั่วไปที่ต้องการเพิ่มความทนให้กลับกล้ามเนื้อและการออกกำลังกาย
– ออกกำลังกายแบบเต็มพิกัด 90-100% ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของร่างกายในการออกกำลัง และความเร็ว จะรู้สึกเหนื่อยมาก พูดขณะอกกำลังได้ลำบาก หายใจเร็ว มีการตึงล้าของกล้ามเนื่อได้มาก เหมาะสำหรับการฝึกซ้อมนักกีฬาที่เตรียมแข่งขัน
       3.ดื่มน้ำให้มากและทานเครื่องดื่มเกลือแร่เพื่ออะไร การดื่มน้ำจะช่วยทำให้ร่างกายเร่งอัตราการเผาผลาญได้ง่ายขึ้นนะครับ  ในสภาวะที่ร่างกายขาดน้ำจะไม่พร้อมทำอะไรทั้งสิ้น แม้ว่าสร้างกล้ามเนื้อหรือลดไขมันก็ตาม และเครื่องดื่มเกลือแร่จะช่วยเติมเกลือแร่ที่เราเสียไปกับเหงื่อ เพราะการขาดเกลือแร่อาจทำให้เกิดอาการตะคริวและอื่นๆได้ และที่สำคัญระหว่าง Cardio ก็ควรดื่มน้ำอีก 1.5ลิตร หรือว่าขวดใหญ่เพื่อขับของเสีย(น้ำดืมที่สะอาดและปลอดภัยเราดูยังไง), ขับ Sodium ส่วนเกินและให้ร่างกายทำงานได้อย่างเต็มที่ เครื่องดื่มเกลือแร่จะกินแบบหลังปั่นหรือจะผสมน้ำดื่มระหว่างปั่นก็ได้ตามความชอบ

วิธีการปั่นจักรยานลดความอ้วนที่เราจะพูดกันวันนี้มี 2 อย่าง คือ
1. คาร์ดิโอ คือ การออกกำลังกายแบบต่อเนื่อง เช่น เดิน ปั่นจักรยาน เต้นโดย การออกกำลังกายรูปแบบนี้ จะเป็นการออกกำลังกายที่ไม่เน้นการใช้พลังจากมัดกล้ามเนื้อไม่เน้นหนัก แต่มุ่งเน้นไปที่การขยับเขยื้อนร่างกายและระยะเวลาซึ่งมีผลต่ออัตราการเต้นของหัวใจ ทำให้ออกกำลังกายได้45-60 นาที
2. อินเทอร์วอล คือการออกกำลังที่มีความแปรปรวน ของ ความเร็วและความหนักหน่วงตลอดเวลา เช่น การปั่นเร็ว 30 วินาที และปั่นช้า 90 วินาที แล้วทำซ้ำ แบบนี้ 10-15 นาที
ขั้นตอนก็ง่ายๆดังนี้
   1. ยืดกล้ามเนื้อ (stretching) ตามปกติ
   2.วอร์มอัพด้วยการเริ่มปั่นเบาๆ 5 นาที เร่งความเร็วขึ้นเรื่อยๆ จนเมื่อถึงนาทีที่ 5 ให้ Heart Rate (HR) อยู่ที่ 60% – 70% ของ MHR
   3. เมื่อเข้านาทีที่ 6 ให้คุณปั่นสุดแรงเกิด (sprint) ในทางปฏิบัติอาจจะไม่ต้องกับให้ถึงสุดแรงเกิดจริงๆ แต่ดูที่ HR ให้อยู่ที่ 80% – 90% ของ MHR ปั่นให้เร็วสุดๆแบบนี้ 20 วินาที
   4. เมื่อครบ 20 วินาที ให้ผ่อนลงมา แล้วปั่นตามอัตราปกติ 1 นาที
   5. เมื่อปั่นตามอัตราปกติครบ 1 นาที ให้ทำตามวงจรในข้อ 3 และ 4 ใหม่
   6. ทำเป็นวงจรแบบนี้ไปเรื่อยๆ แต่อย่าให้เกิน 10 – 15 นาที (ย้ำว่าไม่ควรเกิน 15 นาที)
   7.คูลดาวน์ โดยผ่อนลงมา ค่อยๆ ปั่นให้ช้าลงๆ ประมาณ 5 นาที สำหรับมือใหม่ ในครั้งแรกให้ลองทำแค่ 4 – 5 วงจรก็ แล้วสักระยะแล้วค่อยๆเพิ่มขึ้นทีละรอบ แต่อย่าให้เกิน 15 นาที และสิ่งสำคัญอีกอย่างคือ ต้องใช้เวลาพักฟื้นร่างกายนาน ดังนั้นในหนึ่งสัปดาห์ทำสัก 3 ครั้งก็พอ

มือใหม่เริ่มปั่นจักรยานแบบไหนอย่างไรดี
    เลือก คาร์ดิโอ – มีเวลาว่างเหลือ – เพิ่งเริ่มออกกำลัง
    เลือก อินเทอร์วอล – อยากเผาผลาญแคลอรี่อย่างรวดเร็ว – เวลามีจำกัด
    วิธีการปั่นจักรยานเพื่อการลดน้ำหนัก สำหรับมือใหม่ มีหลักการที่สำคัญและไม่ควรลืมเลยคือ วอร์มอัพ     และคูลดาวน์ เพื่อไม่ให้ร่างกายบาดเจ็บและควรค่อยๆเพิ่งระยะเวลาและความแรงในการปั่น ต้องมีการ     ปั่นที่สม่ำเสมออย่าพยายามมุ่งเน้นไปที่การลดน้ำหนักอย่างเดียวจนลืมนึกถึงสุขภาพ และควรทาน           อาหารและพักผ่อนให้เพียงพอ ทำแบบนี้สักเดือน รับรองมีคนทักคุณแน่ไปทำไรมาถึงดูดีขึ้นครับ


วันจันทร์ที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2559

การเพาะพันธุ์ปลาบอลลูน

การเพาะพันธุ์ปลาบอลลูน

  
การเพาะพันธุ์ปลาบอลลูน
ปลาบอลลูนเป็นปลามอลลี่ที่นำมาผสมแบบเลือดชิดจนเกิดร่างกายสั้นป้อม
คัดเลือก และพัฒนามาจากความผิดปกติของปลามอลลี่ (molly) ที่มีลำตัวสั้นกว่าปกติมาผสมพันธุ์กันทำให้ได้ลูกหลานที่มีลำตัวสั้น เป็นปลาที่อยู่ในตระกูลเดียวกับปลาหางนกยูง ปลาสอดและ
ปลาแพทตี้
          ปลาบอลลูนจัดเป็นปลาในกล่มออกลูกเป็นตัวชนิดหนึ่งที่นอกจากจะเลี้ยงง่ายแล้วยังเพาะพันธุ์ง่ายด้วย การเพาะพันธุ์ปลาบอลลูนนั้นสามารถเพาะเลี้ยงได้ทั้งในบ่อซีเมนต์และในกระชังซึ่งมีขั้นตอนและวิธีการดังต่อไปนี้คือ
          การเพาะเลี้ยงในบ่อซีเมนต์
          มีวิธีการเลี้ยงคล้าย ๆ กับการเพาะเลี้ยงปลาหางนกยูงในบ่อซีเมนต์คือ นำพ่อแม่พันธุ์ อายุประมาณ 3-4 เดือนขึ้นไป ปล่อยลงในบ่อซีเมนต์ ขนาดตามสะดวก และความต้องการของท่านว่าจะอยากได้ การผสมแนะนำให้ใช้อัตราส่วนเพศผู้ : เพศเมียเท่ากับ 1:4  ถ้าบ่อขนาด 3 x3 เมตร ระดับน้ำ 30 เซนติเมตรสามารถปล่อยพ่อแม่พันธุ์ได้ประมาณ 1,000 ตัว (100-120 ตัว/1 ตารางเมตร) แม่ปลาจะตั้งท้องประมาณ 28-35 วันและให้ลูกปลา 10-30 ตัว/แม่ปลา 1 ตัว แม่ปลาแต่ละรุ่นอายุไม่ควรเกิน 7-8 เดือน ควรนำปลารุ่นใหม่มาเป็นพ่อแม่พันธุ์ต่อไป
           เมื่อแม่ปลาให้ลูกจะต้องคอยตักลูกปลาทุกวันเพื่อไม่ให้มันกินลูก แล้วนำไปล่อยในบ่อนุบาลเพื่ออนุบาลต่อไป บ่ออนุบาลควรมีขนาด 1-6 ตารางเมตรโดยปล่อยในความหนาแน่น 120-200 ตัว/1 ตารางเมตร การอนุบาลช่วงแรกให้กินไรแดง 2 มื้อ เช้า-เย็น จนกระทั้งอายุได้ 1 เดือน แต่ขึ้นอยู่กับสถานที่เลี้ยงว่าสามารถหาไรแดงได้สะดวกหรือไป ถ้าไม่สามารถหาไรแดงได้เมื่อปลามีอายุ 2 สัปดาห์ไปแล้ว สามารถให้อาหารผสมแทนในมื้อเย็นได้ เมื่อลูกปลาอายุ 1 เดือน ทำการคัดขนาด แยกเพศและคัดปลาพิการออก ส่วนการถ่ายน้ำและการจัดการบ่อสามารถกระทำได้เมื่อลูกปลามีอายุ 3 สัปดาห์ไปแล้ว โดยถ่ายน้ำประมาณ 80% แล้วเติมน้ำใหม่ให้เท่ากับส่วนที่ถ่ายออก
            ทำการเลี้ยงลูกปลาต่อในความหนาแน่นประมาณ 60-80 ตัว/1 ตารางเมตร เลี้ยงต่อจนอายุได้ 2-2.5 เดือนก็สามารถคัดขนาดอีกครั้งเพื่อจำหน่ายได้ การเลี้ยงปลารุ่นนี้สามารถให้กินอาหารผสมในมื้อเย็นหรือถ้าไม่มีไรแดงก็สามารถให้กินอาหารผสมทั้ง 2 มื้อเช้าเย็นได้ การถ่ายน้ำและการจัดการบ่อในระยะนี้ ควรมีการถ่ายน้ำทุกสัปดาห์ ๆ ละ 1 ครั้งโดยถ่ายน้ำออกทั้งหมดแล้วเติมน้ำใหม่จนเท่าระดับน้ำเดิม สาเหตุที่ต้องถ่ายน้ำหมดเนื่องจากปลารุ่นมีการให้อาหารผสมสลับกับอาหารมีชีวิตคือไรแดง จึงมีส่วนของเศษอาหารที่หลงเหลือจากการกินและส่วนที่เป็นสิ่งขับถ่ายออกมาจากตัวปลา ทำให้น้ำมีคุณภาพไม่ดีเร็วยิ่งขึ้นและจะขุ่นตลอดเวลา การเปลี่ยนถ่ายน้ำทั้งหมดจะช่วยเพิ่มอัตราในการเจริญเติบโต แต่ควรพึงระวังคุณสมบัติน้ำที่เปลี่ยนถ่ายควรจะใกล้เคียงกับน้ำเก่าในบ่อ

          ให้ระวังคางคก หรืออึ่งอ่าง หรือกบ ลงไปกินให้หมั่นตรวจสอบจุดที่มันสามารถซ่อนได้ และบริเวณใต้ก้นบ่อ ใต้ขอบบ่อ บริเวณพื้นน้ำ และหิน

แบบฝึกหัดที่ 4

ชื่อ-สกุล  นายศุภกร สถิตโสฬส                       รหัส 57010112037   

คำชี้แจง  จงตอบคำถามต่อไปนี้
1.      ให้นิสิตยกตัวอย่างอุปกรณ์ที่ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศตามหัวข้อต่อไปนี้ อย่างน้อยหัวข้อละ 3 ชนิด แล้วแลกเปลี่ยนกันตรวจสอบกับเพื่อน
1) การบันทึกและจัดเก็บข้อมูล เทป   บัตรATM   และเครื่องเอกซเรย์           
2) การแสดงผล จอคอมพิวเตอร์   ลำโพง   และ โปรเจคเตอร์
3) การประมวลผล = CPU   ซอฟต์แวร์   และฮาร์ดแวร์                             
4) การสื่อสารและเครือข่าย = AIS TRUE และ DTAC
Picture

แบบฝึกหัดที่ 3

รายวิชาการจัดการสารสนเทศยุคใหม่ในชีวิตประจำวัน       รหัส0026008

นายศุภกร สถิตโสฬส                                                     รหัส57010112037

1. ข้อใดเป็นความหมายที่ถูกต้องที่สุดของการรู้สารสนเทศ
ก. ความสามารถในการกลั่นกรอง และประเมินค่าสารสนเทศที่หามาได้
ข. ความสามารถในการตัดสินใจใช้สารสนเทศรูปแบบต่างๆ
ค. ความสามารถของบุคคลในการสืบค้นและพัฒนาสารสนเทศ
ง. ความสามารถของบุคคลในการเข้าถึง ประเมิน และใช้งานสารสนเทศ
2. จากกระบวนการของการรู้สารสนเทศ ทั้ง 5 ประการ ประการไหนสำคัญที่สุด
ก. ความสามารถในการตระหนักว่าเมื่อใดจึงต้องการสารสนเทศ
ข. ความสารถในการค้นหาสารสนเทศ
ค. ความสามารถในการประเมินผลสารสนเทศ
ง. ความสามารถในการใช้และการสื่อสารสนเทศอย่างมีประสิทธิภาพ
3. ข้อใดไม่ใช่ลักษณะของผู้รู้สารสนเทศ
ก. สามารถทำงานร่วมกับผู้อื่นได้
ข. สามารถใช้สารสนเทศในการดำเนินชีวิต
ค. ชอบใช้คอมพิวเตอร์ในการเล่นเกม
ง. ใช้คอมพิวเตอร์ในการแสวงหาสารสนเทศได้

4. ข้อใดไม่ใช่ความสำคัญของการรู้สารสนเทศ
1. โลกมีการเปลี่ยนแปลงเร็วมาก โดยเน้นวัตถุนิยมมากขึ้น
2. ช่วยให้บุคคลประสบความสำเร็จในการดำเนินชีวิต
3. สารสนเทศมีการเพิ่มปริมาณอย่างรวดเร็ว จนยากที่จะเข้าถึง
4. ช่วยบุคคลเป็นผู้ที่มีศักยภาพในการเรียนรู้ตลอดชีวิต

5. ข้อใดเป็นการเรียงลำดับขั้นตอนของกระบวนการเรียนรู้สารสนเทศที่ถูกต้อง
1. ความสามารถในการประมวลสารสนเทศ
2. ความสามารถในการประเมินสารสนเทศ
3. ความสามารถในการใช้และการสื่อสารสนเทศอย่างมี ประสิทธิภาพ
4. ความสามารถในการค้นหาสารสนเทศ
5. ความสามารถในการตระหนักว่าเมื่อใดจึงจะต้องการสารสนเทศ

ก. 1-2-3-4-5     ข. 2-4-5-3-1       ค. 5-4-1-2-3      ง. 4-3-5-1-2

แบบฝึกหัดที่ 2

รายวิชาการจัดการสารสนเทศยุคใหม่ในชีวิตประจำวัน                 รหัส0026008

นายศุภกร สถิตโสฬส                                                         รหัส57010112037

1. รายชื่อเว็บไชต์หรือเทคโนโลยีที่ให้บิการตามหัวข้อต่างๆ
1.1การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในสาขาการศึกษา
http://www.dlf.ac.th 
http://www.vcharkarn.com 
http://www.thaigoodview.com 
1.2 การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในวิชาชีพธุรกิจ พาณิชย์ และสำนักงาน 
http://www.moc.go.th 
http://www.goonline.in.th 
http://www.tarad.com  
1.3 การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในวิชาชีพการสื่อสารมวลชน 
http://www.manager.co.th
http://www.thaitv3.com
http://www.seedmcot.com  
1.4 การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในวิชาชีพทางอุตสาหกรรม
http://www.industry.go.th 
http://www.thairung.co.th 
http://www.carryboy.com
1.5 การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในวิชาชีพทางการแพทย์
http://www.dmsc.moph.go.th 
http://www.niems.go.th  
http://www.worldcommunitygrid.org  
1.6 การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในวิชาชีพทหารตำรวจ
http://www.rtsd.mi.th  
http://www.navy.mi.th 
http://www.rtaf.mi.th
1.7 การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในวิชาชีพวิศวกรรม
http://www.coe.or.th  
http://www.tumcivil.com
http://www.thaiengineering.com
1.8 การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในวิชาชีพด้านเกษตรกรรม
http://www.doae.go.th
http://www.bangsaiagro.com 
http://www.thaigreenagro.com 
1.9 การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศที่เกี่ยวข้องกับคนพิการต่างๆ
http://www.nep.go.th  
http://www.braille-cet.in.th  
http://www.tddf.or.th/

2. มหาวิทยาลัยมหาสารคามเตรียมเทคโนโลยีสารสนเทศด้านการศึกษาให้กับท่าน มีอะไรบ้าง
            2.1 ระบบเครือข่ายอินเตอร์เน็ตที่ใช้ในมหาวิทยาลัย
            2.2 ระบบสืบค้นข้อมูลสารสนเทศออนไลน์ผ่านบริการ e-library
           2.3 งานบริการการเครื่องคอมพิวเตอร์เพื่อการศึกษาที่สำนักงานคอมพิวเตอร์

3. จากข้อสอง ท่านจะเอาเทคโนโลยีเหล่านั้น มาทำให้เกิดประโยชน์ต่อตนอย่างไรบ้าง
            ระบบเครือข่ายอินเตอร์เน็ตในทุกวันนี้ถือว่าเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้เลยก็ว่าได้ เพราะฉะนั้น การที่จะนำมาให้เกิดประโยชน์ก็เป็นเรื่องงาน เช่นระบบการเรียนออนไลน์ ที่สามารถหาเพิ่มเติมได้นอกเหนือจากบทเรียน หรือหากต้องการใช้บริการหนังสือจากนนักวิทยบริการ ก็ไม่ใช่เรื่องยากที่จะค้นหาหนังสือที่ต้องการได้จากระบบออนไลน์ ก่อนที่จะไปใช้บริการ เราสามารถค้นได้จากทุกที แม้กระทั้งที่หอพัก ถัดจากสำนักวิทยบริการ เป็นสำนักคอมพิวเตอร์ ที่ให้บริการคอมพิวเตอร์แก่นิสิต และบุคคลทั่วไป เพื่อการเรียนรู้นอกห้องเรียน และการพัฒนามากกว่าที่เคย

แบบฝึกหัดที่ 1

รายวิชาการจัดการสารสนเทศยุคใหม่ในชีวิตประจำวัน       
รหัส 0026008

นายศุภกร สถิตโสฬส                               
รหัส 57010112037

1. ข้อมูลหมายถึง ข้อเท็จจริงต่างๆที่เกิดขึ้นเกี่ยวข้องกับสิ่งต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นคน สัตว์ สิ่งของ เหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้น การแปลความหมายทางประสาทสัมผัสทั้ง 5 ผ่านการเก็บรวบรวม หรือ บันทึกไว้ แต่ยังไม่ผ่านการประมวลผลใดๆ
2. ข้อมูลปฐมภูมิ คือ เป็นข้อมูลที่ผู้ใช้หรือหน่วยงานที่ใช้เป็นผู้ทำการเก็บข้อมูลด้วยตนเอง ซึ่งวิธีการเก็บรวบรวมข้อมูลอาจใช้วิธีการสัมภาษณ์ การทดลอง หรือการสังเกตการณ์ ข้อมูลปฐมภูมิเป็นข้อมูลที่มีรายละเอียดตรงตามที่ผู้ใช้ต้องการ
ตัวอย่างเช่น >> การสัมภาษณ์บุคคลผู้ที่ได้รับทุนการศึกษาในต่างประเทศ

3. ข้อมูลทุติยะภูมิ คือ เป็นข้อมูลที่ผู้ใช้ไม่ได้เก็บรวบรวมเอง แต่มีผู้อื่นหรือ หน่วยงานอื่นๆ ทำการเก็บรวบรวมไว้แล้ว การนำเอาข้อมูลเหล่านี้มาใช้เป็นการประหยัดเวลาและค่าใช้จ่าย แต่ในบางครั้งข้อมูลอาจจะไม่ตรงกับความต้องการของผู้ใช้ หรือมีรายละเอียดไม่เพียงพอที่จะนำไปวิเคราะห์
ตัวอย่างเช่น >> สถิติการใช้งานคอมพิวเตอร์ในสำนักคอมพิวเตอร์

4. สารสนเทศ หมายถึง ข้อมูลที่ผ่านการวิเคราะห์ แปลความหมาย และประมวลผลเรียบร้อย ซึ่งมีความน่าเชื่อถือ และสามารถนำไปใช้ประกอบการตัดสินใจได้

5. จงอธิบายประเภทของสารสนเทศ การจำแนกสารสนเทศ มีการจำแนก 2 แบบ ขึ้นอยู่กับดุลพินิตของผู้ที่ต้องการใช้
              5.1 จำแนกตามแหล่งที่มา
                   5.1.1 สารสนเทศปฐมภูมิ คือ สารสนเทศที่มาจากแหล่งที่มาโดยตรง จะอยู่ในรูปของสื่อ วารสาร นิตยสาร งานวิจัย วิทยานิพนธ์ หรือถ่ายทอดผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์
                   5.1.2 สารสนเทศทุติยภูมิ คือ สารสนเทศที่ได้มาจากสารสนเทศปฐมภูมิ และมีการเรียบเรียงขึ้นมาใหม่ จัดหมวดหมู่ เพื่อเป็นประโยชน์และตรงตามจุดประสงค์ที่ต้องการและรวดเร็วมากขึ้น

                   5.1.3 สารสนเทศตติยภูมิ คือ สารสนเทศที่นำมาจากสองประเภทข้างต้น แต่จะไม่ตรงกับเนื้อหามากนัก แต่จะช่วยในการค้นหาสาระเฉพาะสาขาวิชาได้
           5.2 จำแนกตามแหล่งเก็บข้อมูล
                   5.2.1 กระดาษ เป็นการจัดเก็บสารสนเทศยุคแรกๆที่เกิดขึ้น ได้รับความนิยมเพราะงายต่อการบันทึกและจัดเก็บ
                   5.2.2 วัสดุย่อส่วน คือการนำสารสนเทศบันทึกลงวัสดุที่ง่ายต่อการจัดเก็บและประหยัดพื้นที่เช่นแผ่นฟิล์ม แต่มิได้รับความนิยมมากนักเพราะยากต่อการบันทึกและเก็บรักษา
                   5.2.3 สื่ออิเล็กทรอนิกส์ วัสดุสังเคราะห์ที่ถูกเคลือบด้วยสารแม่เหล็ก
                   5.2.4 สื่อออปติก วัสดุที่ต้องบันทึกด้วยแสงและใช้งานด้วยแสง เช่นแผ่นซีดีรอม

6. ข้อเท็จจริงหรือสิ่งต่างๆ อาจเป็นตัวเลข ข้อความ เสียง หรือรูปภาพ คือ ข้อมูล

7. ข้อมูลที่ผ่านการประมวลผล คือ สารสนเทศ

8. ส่วนสูงของเพื่อนที่ถามจากเพื่อนแต่ละคน คือ ข้อมูลปฐมภูมิ

9. ผลการลงทะเบียนของนิสิตปี 1 เป็น ข้อมูลทุติยภูมิ

10. กราฟแสดงจำนวนนิสิตในห้องเรียนวิชาการจัดการสารสนเทศยุคใหม่ในชีวิตประจำวัน Section วันอังคาร เป็น สารสนเทศปฐมภูมิ